GAT (General Aptitude Test) มีจุดมุ่งหมายเหมือนข้อสอบ SAT ในสหรัฐอเมริกา แต่ของเราได้แยกออกเป็น GAT และ PAT โดย GAT มี คะแนนเต็ม 300 คะแนน แบ่งออกเป็น 2 ตอน
ในตอนที่ 2 เป็นการใช้ภาษาอังกฤษ คะแนนสอบ 150 คะแนนเช่นกัน แบ่งออกเป็น 4 หมวด คือ Speaking, Vocabulary, Structure & writing, and Reading หมวดละ 15 ข้อ รวมทั้งหมด 60 ข้อ โดยแต่ละหมวดมีรายละเอียด ดังนี้ คือ 1. Part One : speaking จะนำบทสนทนามาทดสอบ ถ้าคนหนึ่งพูดอย่างนี้ คู่สนทนาจะตอบอย่างไร นักเรียน จะต้องศึกษา pattern ที่ใช้ในการสนทนาและมีความเข้าใจในคำศัพท์ ตลอดจน key words จึงจะสามารถตอบถูก หรือคาดการณ์ คําตอบ ได้ทั้งที่ยังไม่ได้มองตัวเลือกที่ให้มา….. การฟัง sound track ภาพยนตร์ จะช่วยได้มาก 2. Part Two : vocabulary แบ่งออกเป็น 3 ส่วนย่อย คือ
2.1 One does not belong : มีอยู่ 5 ข้อ เป็นการศึกษาคำศัพท์ในกลุ่มเดียวกัน และหาคำศัพท์ที่ไม่ได้อยู่ในกลุ่มออกมา 2.2 Analogy : มีอยู่ 5 ข้อ เป็นการเปรียบเทียบความสัมพันธ์คู่ศัพท์ที่ให้มา และใช้ความสัมพันธ์แบบนี้เลือกหาคู่ศัพท์ที่มีความสัมพันธ์ในทำนองเดียวกัน 2.3 Meaning in context เลือกคำศัพท์ที่ทำให้ประโยคมีความหมายสมบูรณ์
ใน part 2 นี้ นักเรียนต้องมีความรู้คำศัพท์ที่ใช้ใน text book ระดับ มหาวิทยาลัย อย่างน้อย 1000 คำ (ไม่รู้ไม่ได้) และเราจะช่วยทำให้ mission impossible นี้เป็นจริง
3. Part Three : structure &writing แบ่งออกเป็น 3 ส่วนย่อย คือ
เดี๋ยว ตอน บ่าย 2 เจอ กัน
หม่ำ ๆ ยาง อ่า
ปัย แระ
บัย บาย
^^